ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ
ให้รางวัลตัวคุณด้วยสุขภาพที่ดี

  • แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว โดยหมอออม
  • นพ.กฤษดา กองสวัสดิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดกระเพาะอาหารด้วยการส่องกล้อง
  • ให้รางวัลตัวเอง ด้วยสุขภาพที่ดีขึ้น
Tel : 096-652-4244 Line : @aurabodylife Tel : 096-652-4244 Line : @aurabodylife

Aurabodylife พร้อมให้คำปรึกษาในทุกด้าน

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์อายุรกรรม วิสัญญีแพทย์ พยาบาลวิชาชีพที่เปี่ยมด้วยหัวใจแห่งการบริการ และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน พร้อมให้การดูแลคุณด้วยความใส่ใจและมาตรฐานวิชาชีพสูงสุด

ปรึกษาฟรี

หมอออม นพ.กฤษดา กองสวัสดิ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดส่องกล้องระดับสูงและการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะด้วยการส่องกล้อง

  • แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (เกียรตินิยมอันดับ 2)
  • วุฒิบัตร สาขาศัลยศาสตร์ทั่วไป กรมการแพทย์ราชวิถี- เลิดสิน
  • ประกาศนียบัตร การผ่าตัดผ่านกล้องขั้นสูงและการผ่าตัดโรคอ้วน (advanced Laparoscopic and Bariatric Surgery) ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ประสบการณ์ผ่าตัดลดขนาดกระเพาะมากกว่า 300 เคส

อัปเดต! เกณฑ์การผ่าตัดกระเพาะปี 2568 

การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำนหัก หรือที่เรียกว่า Bariatric Surgery เป็นวิธีรักษาโรคอ้วนที่เนผลชัดที่สุดและได้ผลดีที่สุดสำหรับผู้ที่มีดัชนีมวลกายหรือ BMI สูงและโรคที่เป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคอ้วน เกณฑ์การเข้ารับการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารสำหรับปี 2568 มีดังนี้

  1. ดัชนีมวลกาย BMI มากกว่า 5 หรือผู้ที่มีภาวะอ้วนทุพพลภาพ (Morbid) สามารถเข้ารับการผ่ากระเพาะได้โดยไม่ต้องมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
  2. ดัชนีมวลกาย 5และมีโรคร่วม หรือภาวะแทนกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ความดันโลหิตสูง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคหัวใจ หรือไขมันในเลือดสูง

ขั้นตอนการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก

  1. แพทย์จะทำการผ่าตัดผ่านการส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก
  2. ตัดกระเพาะอาหารส่วนข้างออก เหลือเพียงส่วนที่คล้ายท่อ
  3. กระเพาะที่เหลือจะมีขนาดประมาณ 100-150 มิลลิลิตร (จากเดิมที่สามารถจุได้ประมาณ 1-1.5 ลิตร หรือเท่ากับการทานอาหารได้ 4-5 คำต่อมื้อ)

ข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องแบบสลีฟ (Laparoscopic Sleeve gastrectomy)

ข้อดีของการผ่าตัดส่องกล้องแบบสลีฟ (Laparoscopic Sleeve gastrectomy)

  1. ลดน้ำหนักได้ดี ผู้ป่วยสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 70% – 80% ของน้ำหนักส่วนเกินภายใน 1-2 ปี
  2. ไม่ต้องการดัดแปลงลำไส้ ไม่มีการตัดหรือเชื่อมต่อลำไส้ ทำให้ลดความเสี่ยงในการขาดสารอาหาร
  3. ลดความหิว ระดับฮอร์โมน Ghrelin ลดลง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหิวน้อยลง
  4. ผลข้างเคียงและผลเสียน้อย เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบ Gastric Bypass

5.เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนรุนแรงและมีโรคแทรกซ้อน

ข้อเสียและความเสี่ยงของการผ่าตัดส่องกล้องแบบสลีฟ (Laparoscopic Sleeve gastrectomy)

  1. การตัดกระเพาะออกไม่สามารถย้อนกลับได้ แต่กระเพาะสามารถขยายกลับมามีขนาดเท่าเดิมได้หากผู้รับการผ่าตัดไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะยาว
  2. ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เช่น การรั่วของกระเพาะ เลือดออก จึงควรใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เท่านั้น การทำหัตถการผ่าตัดกระเพาะอาหารนับว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่ การเลือกแพทย์และโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  3. ภาวะขาดสารอาหาร เนื่องจากรับประทานอาหารได้น้อย ผู้ป่วยอาจขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เช่น วิตามิน B12, ธาตุเหล็ก และแคลเซียม จึงต้องมีการรับวิตามินเสริมสำหรับคนผ่ากระเพาะอาหารโดยเฉพาะ

เจ็บน้อยกว่าหลังการผ่าตัดกระเพาะอาหารลดน้ำหนัก

หมอออม นพ.กฤษดา กองสวัสดิ์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดแบบส่องกล้อง โดยเฉพาะการลดขนาดกระเพาะอาหารเพื่อรักษาโรคอ้วนและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

รีวิวจากลูกค้าโดยตรง Before & After

พิสูจน์ผลลัพธ์ด้วยรีวิวลูกค้าจริง

Before

After

ห้องพักที่มีมาตรฐานระดับ 5 ดาว พร้อมด้วยบริการตลอด 24 ชั่วโมง

ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
✔ รับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง
✔ จองคิวสะดวก ไม่ต้องรอนาน